เกร็ดความรู้บัวจ๋า

                           Lotus VS. Water Lilly ดอกบัว คือดอกไม้ของเดือนกรกฎาคม 

               Dogstarได้เล่าเรื่องดอกไม้หลายชนิดแล้วนะคะ คราวนี้จะเล่าเรื่องของดอกบัวให้รู้จักกันบ้างเพราะว่าดอกบัวเป็นดอกไม้ของเดือนกรกฏาคมค่ะ ดอกบัวมีชื่อภาษาอังกฤษว่า
 Lotus กับ Water Lily ซึ่งทำให้เกิดการเข้าใจว่าเป็นดอกบัวเหมือนกันแต่ต่างชนิดกันจริงๆแล้วเป็นชนิดเดียวกันค่ะ โดยทั่วไปคำว่า โลตัส จะใช้ในอินเดียและทางตะวันออกหรือทางเอเซียเราจะใช้ตำว่า โลตัส เหมือนกับอินเดียเหมือนกันเพราะว่าจะเป็นคำที่ใช้ในเรื่องทางศาสนา วรรณคดีคลาสสิคและงานศิลปะชั้นสูงเท่านั้นในขณะเดียวกันคำว่า วอเตอร์ ลิลลี่ พวกนักธรรมชาติวิทยาหรือนักวิทยาศาสตร์จะใช้คำนี้ (หนังสือWorld Book ได้ให้นิยามของดอกบัวไว้แบบนี้ค่ะ)ในเอเชียเราพูดถึงดอกบัวเราจะนึกถึงดอกบัวสีขาวกับดอกบัวสีชมพูที่เราใช้บูชาพระกันเท่านั้น ว่ากันว่าเมื่อหลายพันปีก่อน ในหนังสือโบราณทางศาสนาพุทธของเราได้กล่าวถึงดอกบัวถึงเจ็ดชนิดค่ะรมทั้งดอกบัวสีนํ้าเงินกับดอกบัวสีเหลืองรวมอยู่ด้วย

ที่ประเทศอียิปต์เป็นต้นกำเนิดของดอกบัวสีนํ้าเงินตามลุ่มแม่นํ้าไนล์

        ส่วนดอกบัวสีเหลืองต้นกำเนิดอยู่ที่อเมริกาเหนือโน่นแน่ะค่ะทางประเทศกรีกมีเรื่องตำนานเกี่ยวกับดอกบัวเหมือนกัน แต่ในภาษาของเขาใช้คำว่า วอเตอร์ลิลลี่ไม่ใช่โลตัส water lilly อยู่ในตระกูล นิมฟาร์ เจนุส ค่ะNympha genus ในภาษากรีก nympha แปลว่า นางพรายนํ้านาง พรายนี้เป็นคนดูแลรักษาแหล่งนํ้า ต้นไม้ และในยุโรบถือว่าเป็นดอกบัวสีขาวธรรมดาๆที่มีอยู่ทั่วไปตามแหล่งนํ้า ยกตัวอย่างจิตรกรวาดภาพชื่อดังคือ

                                                    Monet’s water lilly

โมเน่ต์ Monetที่วาดรูปดอกบัวที่มีชื่อเสียงมากภาพหนึ่ง ดอกบัวนั้นอยู่ในสกุลชื่อว่า นิมฟาร์ อัลบา(nymha alba) แต่ทางอเมริกาเหนือจะคุ้นเคยกับชื่อว่า นูฟาร์ ลูเทีย ส่วนดอกบัวสีเหลืองจะมีชื่อว่า สปัตเตอร์ด็อก หรือ คาว ลิลลี่(spatterdock or cow lilly / cow ที่แปลว่าวัวค่ะ) ส่วนทางอังกฤษมีชื่อของดอกบัวที่แปลกและน่าขำคือดอกบัวพันธ์ เหล้าบรั่นดี เพราะว่าดอกบัวชนิดนี้มีกลิ่นแรงคล้ายเหล้าที่ชื่อว่า stale wineและแมลงวันชอบมาตอมดอกบัวชนิดนี้มาก(stale wine ไปลองค้นดูแปลว่าเหล้าองุ่นที่เก็บไว้นานเกินและบรรจุในภาชนะขนาดใหญ่ที่อากาศเข้าไปทำลายรสชาติและกลิ่นของไวน์)

ดอกบัวเป็นดอกไม้ที่ชาวจีนนิยมมากค่ะ เราคงเคยเห็นภาพวาดแบบจีนที่เป็นรูปเด็กผู้ชายร่างกายแข็งแรงอ้วนท้วนสมบูรณ์ถือไบบัวหรือดอกบัวไว้ในมือภาพแบบนี้จะเป็นที่นิยมเพราะหมายความว่าครอบครัวนั้นจะมีลูกหลานเป็นชายไว้สืบสกุลแบบไม่ขาดสาย และภาพวาดที่มีปลาทองว่ายนํ้าไต้กอบัวที่มีใบใหญ่ไว้ป้องกันอันตรายแก่ปลาทองภาพแบบนี้ถือว่าเป็นภาพมงคลให้ความหมายดีหมายถึงความมั่งคั่งรํ่ารวยตลอดไปไม่มียากจน ชาวอียิปต์รู้จักดอกบัวก่อนอินเดียอีกค่ะเพราะมีหลักฐานว่าได้พบดอกบัวมากมาย(ซากดอกบัวแห้งๆ)ที่หลุมศพหรือที่ปิรามิดของ พระเจ้าตูตังคามุน เมื่อ1361ก่อนพระเยซูประสูตดอกบัวในความหมายของอยิปต์คือการเกิดไหม่และใช้ในงานพิธีฝั่งศพในอียิปต์คนที่เศร้าเสียใจจะถือดอกบัวในมือเป็นเคล็ดว่าบางที่ผู้ที่จากไปแล้วอาจกลับมาเกิดไหม่อีกครั้งก็เป็นได้ชาวอินเดียนแดงยังมีเรื่องตำนานเกี่ยวกับดอกบัวเหมือนกัน เขาเล่าว่าอเมริกาเหนือเป็นต้นกำเนิดของดอกบัวสีเหลืองค่ะ ตำนานของอินเดียนแดงเผ่า ดาโกต้าเล่าว่ามีนางฟ้า ได้ลงมาจากสวรรค์และต้องการจะอาศัยอยู่กับอินเดียนเผ่านี้หัวหน้าเผ่าชื่อว่า เรดสตรอว์เบอรี่ (Chief Red Strawberry) ส่งลูกชายกับนางฟ้าองค์นี้ นั่งเรือคานูข้ามทะเลสาปไปขอคำปรึกษาจากผู้รู้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ขณะที่นั่งเรือไปตอนกลางคืนท่ามกลางความมืดนั่นเรือได้ชนเข้ากับก้อนหินค่ะ เรือล่มนางฟ้าองค์นี้หล่นหายไปในนํ้าในตอนเช้ามีดอกไม้สีเหลืองปรากฏขึ้นในบริเวณที่เรือจม

ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับดอกบัวอีกค่ะ สมัยก่อนเชื่อว่าตั้งแต่มีดอกบัวสีขาวกำเนิดมาในโลกนี้มีส่วนทำให้มนุษย์มีความสุขความสงบมากขึ้น มีชีวิตที่ดีขึ้น นี่เป็นความเชื่อ
ของคนจีนในสมัยราชวงศ์หมิงอาจจะหมายถึงการที่คนจีนได้มีความเชื่อและนับถือศาสนาพุทธก็เป็นได้เพราะดอกบัวในแถวเอเชียบ้านเรามักจะเกี่ยวโยงกับศาสนาพุทธนะคะ นอกจากสาสนาพุทธแล้วยังมีเรื่องเกี่ยวดอกบัวกับศาสนาอื่นเช่นเรื่องดังมีหลักฐานที่เกี่ยวกับดอกบัวอีก คือได้มีการค้นพบรูปเกี่ยวกับทางศาสนาเป็นรูปปั้นที่ทำจากดินเหนียวสีแดงเป็นรูปเทพเจ้าหญิงที่มีลักษณะของความอุดมสมบูรณ์ค่ะคือมีตะโพกใหญ่ ทรวงอกที่อวบอิ่มสมบูรณ์ มือทั้งสองช้อนที่ทรวงอกทั้งสองข้าง มีดอกบัวประดับที่ศีรษะ เชื่อว่าเป็นพระแม่ธรณีที่ประทานความอุดมสมบูรณ์แก่โลกมนุษย์รูปปั้นนี้พบที่โมเฮนโดจาโร(Mohenjo-Daro) ได้พิสูจน์แล้วว่ารูปปั้นนี้มีอายุก่อนที่จะมีการบันทำเรื่องราวเป็นลายลักษณ์อักษรเสียอีกหมายความว่าก่อนที่มนุษย์เราจะประดิษฐตัวหนังสือเพื่อบันทึกเรื่องราวเสียอีกค่ะ

 

พระลักษมีที่เป็นเทพเจ้าของศาสนาฮินดูก็มีชื่อหลายชื่อนะคะ ที่มีความหมายถึงดอกบัวเช่น ปัทมา กมลักษณา(อาจจะเขียนผิดก็ได้นะคะเพราะไม่แน่ใจว่าภาษาไทยจะใช้ว่าอะใร Padma, Kamalasana)การกำเนิดของพระนางลักษมีก็ถือกำเนิดโดยออกมาจากดอกบัวซึ่งดอกบัวนี่ได้ผุดออกมาจากหน้าผากหรือพระนลาฎของพระวิษณุค่ะ ทางอินเดียถือว่าดอกบัวเป็นเครื่องหมายของการเกิดหรือการกำเนิด ส่วนทางศาสนาพุทธของเราพระพุทธเจ้าเมื่อทรงประสูติพระองค์ได้ก้าวพระบาทไปเจ็ดก้าวและทุกก้าวก็มีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับเรามักจะเห็นพระพุทธเจ้าประทับบนดอกบัวเสมอค่ะ ในจีนความเชื่อทางศาสนาพุทธจะถือว่าดอกบัวหมายคือความบริสุทธฺ์ สะอาดค่ะเชื่อว่าการอาบนํ้าในแหล่งนํ้าที่สะอาดบริสุทธิ์ที่มีดอกบัวขึ้นอยู่จะได้รับพลังความบริสุทธ์สะอาดของดอกบัวที่หยั่งรากลึกลงไปในดินนั่นหมายถึงการมีอยู่ของคุณความดีหรือความชั่วนั้นที่จะเกิดขึ้นหรือมีอยู่นั้นเกิดได้ทุกแห่งเปรียบเหมือนดอกบัวนั้นไม่ได้เกิดบนขุนเขาสูงไกล้ท้องฟ้าหรือสรวงสวรรค์แต่ดอกบัวนั้นเกิดจากโคลนตมคือรากบัวหยั่งลึกไปในโคลนเลนสกปรกแต่เมื่อออกดอกแล้วดอกบัวจะชูดอกขึ้นเหนือนํ้าความดีความชั่วนั้นมักจะอยู่คู่กันเสมอนอกจากจะใช้ในพิธีทางศาสนาแล้ว ทุกส่วนของดอกบัวถือว่าได้ประโยชน์ทั้งสิ้นเม็ดบัวใช้ทำขนม ทำของกินเล่น ผสมกับข้าวต้ม ทำขนมไหว้พระจันทร์ กลีบบัวตากแห้งใช้ผสมในยาสูบก็หอมดี เกสรบัวใช้ทำยาหอมมีบางส่วนใช้ปนกับใบชา ใบใช้ห่ออาหารแบบใบตองส่วนรากบัวต้มทานแก้ร้อนใน เชื่อม ทำสลัด อบทำอาหาร พวกฝรั่งก็ใช้บัวเป็นยาพื้นบ้านเหมือนกัน
เช่นนาย ไมเคิ้ล มัวร์ใช้เม็ดบัวตากแห้ง รากบัวตากแห้ง ผสมกับชาร้อนทานแก้โรคที่เกิดกับระบบทางเดินปัสสาวะ รากบัวสดๆดีต่อระบบสืบพันธ์ นายมัวร์เน้นเป็นพิเศษว่ารากบัวนั้นใช้ลอความร้อนในร่างกาย แก้การอักเสบของอวัยวะภายในช่วยการไหลเวียนของของเหลวในร่างกายได้อย่างวิเศษบางแห่งใช้รากบัวผสมกับสมุนไพรอย่างอื่นแก้อักเสบตามข้อได้ด้วยค่ะ

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s